Monodzukuri Concept

จากวัฒนธรรมการผลิตแบบญี่ปุ่น สู่การจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ

Read more...
  • นิทรรศการ “เปิดโลก Monozukuri in Education"

    นิทรรศการ “เปิดโลก Monozukuri in Education"

  • กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 4

    กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 4

คณะวิศวกรรมศาสตร์

คณะวิศวกรรมศาสตร์

Monodzukuri ในมุมมองของคณะวิศวกรรมศาสตร์
Read More
คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ

Monodzukuri สร้างสรรค์ด้วยใจ ก้าวไกลด้วย Kaizen
Read More
คณะบริหารธุรกิจ

คณะบริหารธุรกิจ

การสอนสไตล์ญี่ปุ่นแบบ Monodzukuri
Read More
สำนักวิชาพื้นฐานและภาษา

สำนักวิชาพื้นฐานและภาษา

เรียนภาษาจากการปฏิบัติ แบบ Monodzukuri
Read More

สรุปกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 1

ผู้แบ่งปันความรู้ : อาจารย์ก้องเกียรติ วีระอาชากุล (คณะบริหารธุรกิจ)

ผู้เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ :
1. ผศ.ดร. พิศุทธิ์ พงศ์ชัยฤกษ์
2. อาจารย์เกษม ทิพย์ธาราจันทร์
3. ผศ.เฉลิมขวัญ ครุธบุญยงค์
4. อาจารย์ปิยาภรณ์ จันทร์สวย
5. คุณดวงกมล ไชยพุทธ
6. คุณนันท์นภัส หวังศรีโรจน์

12 หลักการสร้างการเรียนรู้แบบโมโนซุคุริ
การจัดการเรียนการสอนตามหลักโมโนซุคุริ มีต้นแบบมาจากบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ เป็นส่วนใหญ่ โดยประกอบด้วย 12 หลักการ คือ

          หลักการที่ 1 กำหนดวัฒนธรรมการทำงาน
วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) คือ วิถีปฏิบัติเพื่อทำให้องค์กร สามารถสร้างคุณค่าได้ตามเจตนารมณ์ที่องค์กรตั้งไว้ และยังคงดำรงความเป็นองค์กรได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

Mono01-01

วัฒนธรรมองค์กร ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ

          1. คุณค่า (Value) คือ สิ่งที่องค์กรต้องการส่งมอบให้กับสังคม เช่น คณะบริหารธุรกิจต้องการสร้างนักศึกษาให้กับสังคม โดยมีเอกลักษณ์ของคณะ คือ “เก่งภาษา มีภาวะผู้นำ เลิศล้ำบริหาร”

2. หลักการ (Principle) หรือมีการเรียกกันว่าเป็น DNA โดยที่ DNA จะเป็นตัวกำหนดลักษณะการแสดงออกขององค์กร ที่จะทำให้องค์กรสามารถสร้างคุณค่าได้ตามที่ต้องการ เช่น DNA หรือกรอบในการทำงานของคณะบริหารธุรกิจ ได้แก่

          หลักการข้อที่ 1 : กำหนดวัฒนธรรมการทำงาน

          หลักการข้อที่ 2 : พัฒนาภาวะผู้นำเพื่อนำไปสู่การทำงานเป็นทีม

          หลักการข้อที่ 3 : ติดอาวุธการทำงาน

          หลักการข้อที่ 4 : สร้างชุมชนการเรียนรู้

          หลักการข้อที่ 5 : เพิ่มพูนทักษะให้คิดเป็น ทำเป็น

          หลักการข้อที่ 6 : ปลูกฝัง Daily Kaizen

          หลักการข้อที่ 7 : จัดการเรียนการสอน 3 ระดับ

          หลักการข้อที่ 8 : ต้องสอนให้รู้ถึงคุณค่าต่อสังคม

          หลักการข้อที่ 9 : แก้ไข/ปรับปรุงด้วยปัญหาของหน้างานจริง

          หลักการข้อที่ 10 : ทำให้เป็นมาตรฐาน

          หลักการข้อที่ 11 : ฟังเสียงลูกค้า

          หลักการข้อที่ 12 : ปรับทิศทางด้วย Hoshin Kanri

          3. ทัศนคติ (Attitude) / พฤติกรรม (Behavior) หรือบางทีเรียกว่า Spirit ซึ่งก็คือวิถีทางที่แสดงออกมาในระหว่างการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างและส่งมอบคุณค่าขององค์กรไปยังลูกค้า เช่น บริษัทโตโยต้ามีการกำหนด Spirit ไว้ดังนี้

  • ต้องมีวินัย และให้เกียรติผู้อื่น
  • ต้องค้นหา Waste/Root Cause จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเสมอ
  • ต้องอุทิศตน เพื่อการค้นหาความจริงในการขจัดปัญหาอย่างแท้จริง และจะไม่หยุดยั้งจนกว่าจะสำเร็จ
  • ต้องไม่ผลัดวันประกันพรุ่ง มุ่งไปที่หน้างานที่ก่อปัญหาอย่างทันท่วงที
  • ต้องไม่พอใจกับสิ่งเดิมๆ
  • เลือกใช้คนและเครื่องมืออย่างเหมาะสม และต้องควบคุมเวลาทำงานให้เหมาะสมด้วย
  • ต้องมีความเชื่อว่า “ฉันสามารถทำได้” ต้องสลัดความคิดที่ทำไม่ได้ทิ้งไป
  • ต้องไม่ทำงานให้ได้ตามค่าเฉลี่ย แต่ต้องทำออกมาอย่างดีที่สุดเท่าที่เราทำได้
  • ต้องเปลี่ยนตัวเองก่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนคนอื่น และต้องไม่มีการกล่าวโทษต่อผู้อื่น

4. พิธีกรรม (Rituals) คือ กุศโลบายที่จะทำให้สมาชิกขององค์กรยอมรับในวิถีปฏิบัติที่กำหนดขึ้น (Spirit) และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการหล่อหลอมให้สมาชิกมีพฤติกรรมตามที่คาดหวังไว้ โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น พิธีชงชาของประเทศญี่ปุ่น สอนให้คนทำตามขั้นตอนมีมาตรฐาน หรือนโยบาย Zero Late ของคณะบริหารธุรกิจที่สอนให้นักศึกษามีวินัย นอกจากนี้ พิธีกรรมที่ดีควรจะครอบคลุม Spirit ให้ได้ครบทุกตัว

          หลักการที่ 2 พัฒนาภาวะผู้นำ เพื่อนำไปสู่การทำงานเป็นทีม

          ภาวะผู้นำ คือ กระบวนการที่มีการใช้ วิธีการต่างๆ เพื่อทำการกระตุ้น ชี้นำ ผลักดัน ให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคล มีความเต็มใจ และกระตือรือร้นในการทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

ภาวะผู้นำสไตล์ญี่ปุ่น จะมีอยู่ด้วยกัน 4 ระดับ คือ

1. ภาวะผู้นำระดับที่ 1 Commit to Self Development

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลผู้นั้นมีภาวะผู้นำในระดับนี้ คือ บุคคลนั้นมีวิธีคิด และวิธีปฏิบัติตามกรอบ Spirit อย่างชัดเจน เช่น นักศึกษาสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด

2. ภาวะผู้นำระดับที่ 2 Coach and Develop Others

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลผู้นั้นมีภาวะผู้นำในระดับนี้ คือ Problem Solving Skill มีหลักคิด PDCA, ดำเนินการแก้ปัญหาแบบ QC Story, ดำเนินการทำงานด้วยหลัก 5G และประสบความสำเร็จเป็นที่ยอมรับของกลุ่ม QCC

3. ภาวะผู้นำระดับที่ 3 Support Daily Kaizen

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลผู้นั้นมีภาวะผู้นำในระดับนี้ คือ จะต้องเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ และที่สำคัญจะต้องเป็น The Trainer ที่เก่ง เช่น นักศึกษาที่เป็นติวเตอร์ให้กับเพื่อน

4. ภาวะผู้นำระดับที่ 4 Create Vision and Align Goals

สิ่งที่แสดงให้เห็นว่าบุคคลผู้นั้นมีภาวะผู้นำในระดับนี้ คือ ความเข้าใจระบบงานทั้งหมด มีความแข็งแกร่งในการจัดการงานประจำวัน (Daily Management) และมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่เป็น waste และเป็นเลิศในการค้นหาแนวทางในการขจัด waste รวมถึงมีความสามารถในการขับเคลื่อนคนให้ดำเนินการตามที่กำหนดเป้าหมายไว้ได้

ในการจัดการเรียนการสอนตามหลักโมโนซุคุริ อาจารย์ควรมีกระบวนการในการพัฒนาภาวะผู้นำให้กับนักศึกษา จากระดับที่ 1 ถึง 4 เพื่อรองรับกับการทำงานในอนาคต

Mono01-02

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดเรื่อง ผู้นำที่รับใช้ (Servant Leadership) เป็นผู้นำที่เหมาะกับองค์กรบริการสังคม เช่น แพทย์ อาจารย์ ฯลฯ เนื่องจากเป็นองค์กรที่กลุ่มพนักงานเป็นผู้มีความรู้สูง โดยผู้นำที่รับใช้ จะเป็นผู้นำที่สามารถจัดพลังและสร้างการตื่นตัวให้กับผู้อื่น มอบหมายงานที่ท้าทายและโอกาสในการพัฒนาตนเองให้กับลูกน้อง มองเห็นและชื่นชมในความสำเร็จของลูกน้อง เป็นผู้นำที่สุขุม รอบรู้ และคอยติดตามผลงานของทีม และของลูกน้องแต่ละราย ส่งเสริมให้พนักงานทำงานด้วยความรับผิดชอบและพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้บรรลุผลตามที่ได้รับมอบหมายทุกประการ

Mono01-03

       หลักการที่ 3 ติดอาวุธการทำงาน

        นอกจากการสอนให้นักศึกษามีภาวะผู้นำแล้ว ในการที่นักศึกษาจะมีภาวะผู้นำในระดับต่างๆ ได้นั้น นักศึกษาจำเป็นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • การทำให้คนมีความเข้าใจใน DNA  / Sprit
  • ความรู้พื้นฐาน 3 Mu, 5S, 5G, Visual Control, PDCA
  • Statistical Process Control (SPC)
  • QC Story &  Standardization
  • Process Focus  (System Thinking)
  • Kaizen
  • Daily Management
  • Team Development and Motivation

Mono01-04

โดยความรู้เหล่านี้ ในประเทศญี่ปุ่นทุกสาขาวิชาจะเรียนวิชาเหล่านี้ เนื่องจากวิชาเหล่านี้เป็นวิชาทั่วไป สอนให้นักศึกษามองหาความสูญเปล่า การควบคุมคุณภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ การทำให้วงจรความรู้ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ต้องอาศัย Team Development and Motivation และ Daily Management ประกอบด้วย

      หลักการที่ 4 สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้

      ชุมชนแห่งการเรียนรู้ (Communication of Practice) คือ การกลุ่มคนที่มารวมตัวกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ เพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิผลที่ดีขึ้น

Mono01-05

ตัวอย่างการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ คือ

  • อาจารย์ผู้สอน ต้องกำหนดโจทย์ /และ เงื่อนไข ที่เกินความสามารถของนักศึกษา และต้องเป็นการผสมศาสตร์หลายศาสตร์  โดยกำหนดลักษณะงานให้นักศึกษาต้อง Learn / Do / Think / Apply
  • อาจารย์ผู้สอน ต้องสร้างชุมชน ที่เป็นทางการขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือ บุคคลที่มีระดับสายสัมพันธ์ส่วนบุคคล ต่ำ
  • อาจารย์ผู้สอน ต้องทำให้ชุมชนเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ต้องเกิดการทำงานไปด้วยกัน ซึ่งเป็นการบังคับให้เกิด การถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน  (Key Success คือ ระบบการประเมินผลงานเดี่ยวและกลุ่ม)
  • อาจารย์ผู้สอนต้องมีการกำหนดส่งมอบงานเป็นระยะเพื่อเร่งให้เกิดการวิ่งเข้าหาชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ
  • อาจารย์ผู้สอน ต้องสร้างฐานข้อมูล เพื่อเป็นฐานให้นักศึกษา สามารถทำงานในระดับที่สูงขึ้นได้ในรุ่นต่อๆ ไป

      อาจารย์ผู้สอนต้องประเมินความเป็นไปได้ ที่นักศึกษาจะสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้ และถ้าจำเป็น อาจารย์ผู้สอนอาจต้องมีการเปิดอบรม หรือ เชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาถ่ายทอดความรู้ให้กับนักศึกษาได้

      หลักการที่ 5 เพิ่มพูนทักษะให้คิดเป็น ทำเป็น

      วิธีการสร้างให้นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น ประกอบด้วย

      1. Idea Generation Method สอนให้นักศึกษามีหลักการคิดในรูปแบบต่างๆ

      2. Idea Contest จัดการแข่งขัน เพื่อจูงใจให้พัฒนาไอเดีย

      3. Skill Competition จัดการแข่งขันทักษะ โดยเป็นการแข่งขันทำโจทย์เล็กๆตามระยะเวลาหรือเกณฑ์ที่กำหนด

      4. Daily Kaizen การทำโครงการเพื่อแก้ปัญหา โดยการสังเกตการปฏิบัติงานทุกวันจนเป็นนิสัย ซึ่งจะทำให้มองเห็นข้อบกพร่องต่างๆ ได้

      เป้าหมายทางตรงของการจัดกิจกรรม Monozukuri

  1. ต้องการให้เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการปรับปรุง (Improvement) โดยต้องการให้พนักงานเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม
  2. เข้าใจความสำคัญของการสร้างสิ่งของ ที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความสามารถ ความคิดริเริ่ม และความเฉลียวฉลาด
  3. เข้าใจความสำคัญของการมีส่วนร่วมของทุกคน
  4. ฝึกฝนการใช้ QC Story
  5. ตระหนักความสำคัญของ ข้อเท็จจริง (Facts) และ ข้อมูล (Data)
  6. ตระหนักความสำคัญของการทำการทดลอง (Experiment) และ การทวนสอบ (Verification)
  7. เรียนรู้การป้องกันปัญหาที่เกิดซ้ำ โดยเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง

      หลักการที่ 6 ปลูกฝัง Daily Kaizen

      Daily Kaizen = Frequent Small Improvements คือ เครื่องมือที่ใช้ในการฝึกฝนทีมงานทุกคน เพื่อฝึกฝนการปรับปรุงการทำงาน และเสริมสร้างภาวะผู้นำ

       กระบวนการจัดทำ Daily Kaizen

  1. การทำงานตามมาตรฐาน
  2. ฝึกฝนให้มีการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานอย่างสม่ำเสมอ
  3. ประชุมติดตามผลงานประจำวัน เปรียบเทียบกับมาตรฐาน
  4. แก้ไขปัญหา เพื่อปรับปรุงงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน
  5. มองหาวิธีการปรับปรุงมาตรฐานให้สูงขึ้น

       หลักการที่ 7 จัดการเรียนรู้ 3 ระดับ

      หลักการจัดการเรียนรู้ตามหลักโมโนซุคุริ มี 3 ระดับ คือ

Mono01-06

     ในการจัดการเรียนการสอนตามหลักโมโนซุคุริ จะต้องมีการกำหนดเป้าหมายในการนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้

     กรณีศึกษา : การจัดการเรียนการสอน แบบ  Monozukuri ของ บริษัท Sumitomo

     Hirashi, Mitsuyoshi, and Noriko (2011) ได้กล่าวถึง ศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคนิคของบริษัทซูมิโตโมอิเล็กทริค ที่ได้มีการออกแบบหลักสูตรการอบรมแบบโมโนซุคุริดังนี้ คือ

     a) การอบรมระบบการผลิต บริษัทได้วางแผนการผลิตของสินค้าที่แตกต่างกัน 3 ประเภท และได้จัดเตรียมเครื่องจักร และอุปกรณ์ไว้พร้อม

     b) จัดเตรียมหลักสูตรไว้  127 หลักสูตรเพื่อพัฒนาทักษะทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตสินค้าทั้ง 3 ประเภท ซึ่งมีกระบวนการผลิตแตกต่างกัน

     c) จัดหมวดหมู่ของหลักสูตรให้เป็น 3 ระดับ คือ

  • ระดับแรก คือ การฝึกอบรมตามตำแหน่ง (Position-based Training) เป็นการอบรมพื้นฐานความรู้ในการผลิตให้กับพนักงานทุกคน  ทุกตำแหน่งงาน
  • ระดับที่สอง คือ การฝึกอบรมตามหน้าที่ (Function-based Training)  เป็นการฝึกอบรมทักษะเฉพาะงาน
  • ระดับที่สาม คือ การฝึกอบรมตามความต้องการ (Needs-based Training) เป็นการอบรมแบบกลุ่มข้ามสายงานที่ต้องร่วมมือกันเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงระบบการผลิตให้ก้าวหน้าขึ้น

     d) การพัฒนาผู้คนกลุ่ม (Group Leader)  ให้มีความสามารถในการปรับปรุงผลิตภาพได้ ลดความสูญเสีย และประหยัดพลังงาน โดยสิ่งที่ต้องเรียนรู้เกี่ยวกับ  ความสำคัญของข้อมูล  สถิติ QC Story เครื่องมือการปรับปรุงผลิตภาพ และ การป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำ

     e) การเรียนรู้กระบวนการ (Procedure) และการประเมินผล (Evaluation) โดยมีแนวทางอบรมดังนี้ คือ

  • ขั้นที่ 1 ผู้อบรมจะต้องทำความเข้าใจกระบวนการ
  • ขั้นที่ 2 ให้ผู้เข้าอบรมดำเนินการสร้างสิ่งของตามขั้นตอนที่ 1
  • ขั้นที่ 3 ดำเนินการจับเวลาในการสร้างสิ่งของ โดยรวมเวลาในการตรวจสอบคุณภาพ
  • ขั้นที่ 4 ประเมินผลการทำงาน โดยจะมีการกำหนดคะแนนในแต่ละช่วงเวลา และคะแนนการตรวจคุณภาพชิ้นงานในแต่ละจุด ประเมินผลงานของแต่ละบุคคลด้วยคะแนนรวม
  • ขั้นที่ 5 สำหรับคนที่มีจุดที่ตรวจคุณภาพไม่ผ่าน จะต้องดำเนินการค้นหาสาเหตุและแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งเขียนรายงานการแก้ไขปัญหาดังกล่าวตามรูปแบบที่ได้กำหนดไว้

     หลักการที่ 8 แก้ไข/ปรับปรุง ด้วยการลงพื้นที่หน้างานจริง

     การพิจารณาข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการเพื่อแก้ไข/ปรับปรุงด้วยการลงพื้นที่หน้างานจริง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

     1) Observe operations to see what’s important สังเกตความผิดปกติ

     2) Visualize processes to reveal problems เปิดประเด็นปัญหา

     3) React immediately to abnormal situations ตอบสนองต่อความผิดปกติ

     4) Reflect on your observations and reaction, and look for root cause(s) มองหาสาเหตุที่แท้จริง

     5) Develop a follow-up plan and draw the right policy or strategy implications for the business พัฒนาแผนติดตามและวางแนวทางสำหรับผลกระทบที่เหมาะสม

     หลักการที่ 9  ทำให้เป็นมาตรฐาน

     ในการจัดการเรียนการสอนควรมีการกำหนดมาตรฐานเพื่อเป็นทิศทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะทำให้สามารถพิจารณาปัญหาได้ง่ายขึ้น

     เป้าหมายของการทำให้เป็นมาตรฐาน

     1. เพื่อถ่ายทอดให้ทุกคนปฏิบัติไปในทิศทางเดียว

     2. เพื่อการพัฒนาไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

      หลักการที่ 10 ฟังเสียงลูกค้า

      ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการหรือบริษัทที่รับนักศึกษาเข้าทำงาน มี 4 รูปแบบ คือ

      1. ขจัดความสูญเปล่า เช่น นักศึกษาไม่มีความสามารถในการทำงานตามที่ผู้ประกอบการต้องการ

      2. ตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ เช่น นักศึกษามีความสามารถในการทำงาน แต่ใช้เวลาในการทำงานมากเกินความจำเป็น

      3. การประหยัดทรัพยากร เช่น ผู้ประกอบการต้องการได้พนักงานที่มีความรู้ที่ผสมผสาน (Integrated) เพื่อรองรับกับการทำงานได้หลากหลาย

      4. ปรับปรุงคุณภาพชีวิต เช่น ผู้ประกอบการต้องการจ้างพนักงานที่มีรู้จักงานของตนเอง

Mono01-07

     หลักการที่ 11 ปรับทิศทางด้วย Hoshin Kanri

Mono01-08

     ตามหลัก Hoshin Kanri กำหนดให้มีการนำเป้าหมายไปกำหนดเป็น KPI และใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน

Mono01-09

     หลักการที่ 12 ต้องสอนให้รู้ถึงคุณค่า

Mono01-10

     สอนนักศึกษาให้รู้จักคุณค่า คือ สามารถนำความรู้ไปใช้ทำงานได้จริง โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ

     1. Motivation ใช้ในการทำงานได้

     2. Improvement ประยุกต์ร่วมกับศาสตร์อื่นได้

     3. Development นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของสังคม

 

ดาวน์โหลดเป็น PDF File (เฉพาะบุคลากรภายในสถาบัน)

 

นิทรรศการ “เปิดโลก Monozukuri in Education”

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2556 รศ.กฤษดา วิศวธีรานนท์ อธิการบดี ให้เกียรติเป็นประธานกล่าวเปิดงานนิทรรศการ “เปิดโลก Monozukuri in Education″ โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ รศ.ดร.พิชิต สุขเจริญพงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ให้เกียรติเข้าร่วมชมนิทรรศการครั้งนี้ ณ โถงชั้น 2 อาคาร A สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งผลงานที่นำมาจัดแสดงเป็นผลงานของนักศึกษาที่เกิดจากการจัดการเรียนการสอนการแลกเปลียนเรียนรู้นี้จัดขึ้นเพื่อให้คณาจารย์ภายในสถาบันได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri

กิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 4

เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2556 รศ.กฤษฎา วิศวธีรานนท์ อธิการบดี ได้ให้เกียรติกล่าวเปิดการกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการผลิตบัณฑิต เรื่อง “การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ครั้งที่ 4″ โดยมี รศ.ดร.บัณฑิต โรจน์อารยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ และ รศ.ดร.พิชิต สุขเจริญพงษ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ให้เกียรติเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ณ ห้อง A314 สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งการแลกเปลียนเรียนรู้นี้จัดขึ้นเพื่อให้คณาจารย์ภายในสถาบันได้มีโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการเรียนการสอนตามหลัก Monozukuri ทั้งนี้ มีคณาจารย์ให้ความสนใจเข้าร่วมประมาณ 50 คน

การเดินทางไปดูงานการจัดการเรียนการสอน แบบ Monotsukuri ที่ Institute of Technologists (Monotsukuri U) ณ เมื่อง Sattama ประเทศญี่ปุ่น

Download PDF file